มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม Breast cancer
เป็นโรคมะเร็งที่พัฒนามาจากเนื้อเยื่อเต้านม อาจจะมีอาการแสดงออกมาได้แก่มีก้อนเนื้อในเต้านม มีขนาดนมผิดปกติ ผิวหนังมีรอยบุ๋ม มีสารน้ำไหลจากหัวนม หรือที่ผิวนมมีหนังเกล็ดแดง มีอาการไข้อ่อน มีปุ่มน้ำเหลืองผิดปกติหายใจลำบาก

มะเร็งเต้านมพบมากในหญิงทุกวัย โดยเฉลี่ย คิดเป็น25% ของผู้ป่วยทั้งหมด ในปี2555มะเร็งได้คร่าชีวิตของคนทั้งโลกไปแล้วไม่ต่ำกว่า 522,000รายและท่านทราบหรือไม่ว่า ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นหญิงถึง100%

estro plus คือการนำพืชหลายชนิดมาสกัดเข้มข้นรวมกันเพื่อป้องกันและปรับสมดุลร่างกายของสตรีเพศให้อยู่ในสภาวะปกติ และช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง
estro plus ห่วงใยผู้หญิง ทุกวัยให้ห่างไกลมะเร็ง

ติดตามสาระความรู้เรื่องมะเร็งได้ที่ https://lin.ee/bQeI7xl

saendee

Balace of Life : ปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ

ArokayaProfile_book+links-10ArokayaProfile_book+links-05

กายและจิตเป็นของคู่กัน หากจิตใจหดหู่ เศร้าหมอง เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกาย และอาจนำไปสู่การป่วยด้วยโรคร้ายในที่สุด
ในทางกลับกัน แม้มีจิตใจที่เข้มแข็งแต่หากไม่ดูแลรักษาร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล เมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยรุนแรง เรื้อรัง ย่อมทำให้สภาพจิตใจถดถอยได้เช่นกัน

อย่าปล่อยให้ชีวิตเราต้องขาดสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ มาเรียนรู้ทฤษฎี “บาลานซ์ ออฟ ไลฟ์” กระทะ 3 ใบ บันได 3 ขั้น เพื่อการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ ฟื้นฟูให้แข็งแรง พร้อมทั้งนำพาชีวิตไปสู่ความสุขและความสำเร็จอย่างยั่งยืน ได้ที่ อโรคยา พระราม 5

www.arokayarama5.com
Facebook Live : @superfoodforu ผ่านช่องทางเฟสบุ๊คแฟนเพจของอโรคยา ทุกวันอังคาร พุธ พฤหัส กับช่วงไลฟ์สดเพื่อสุขภาพ ในรายการ “เฮลท์สตอรี่ กับ แสนดีซุปเปอร์ฟู๊ด” เวลา 21:30 – 22:00 น.

ปรีกษาปัญหาสุขภาพกับแสนดี ซุปเปอร์ฟู๊ด
ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์เวลา 11:00 – 14.30
และตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานฟรี

เราลองมาอ่านบทความด้านล่างเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากภาวะจิตใจกันค่ะ
Cr: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ภาวะทางจิตใจที่ทำให้เกิดโรคทางกายที่พบบ่อย

โดย ผศ. นพ. ปราโมทย์ สุดคนิชย์ (คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี)

ข้อมูลจาก : หนังสือจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี

โรคภาวะทางจิตใจสามารถทำให้เกิดโรคทางกายได้หลายชนิดมักผ่านการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและฮอร์โมน โรคทางกายที่พบบ่อยได้แก่1. ปวดศีรษะ ถือเป็นอาการที่พบบ่อยมากที่สุดอาการหนึ่ง เนื่องมาจากมีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้มากมาย แต่การตรวจร่างกายแล้วพบสาเหตุนั้น กลับพบไม่บ่อย ซึ่งทำให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยไม่สบายใจ เชื่อว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอารมณ์และความเครียด เช่น ภาวะวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า มากระตุ้นให้เกิดอาการขึ้นอย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงออกของอารมณ์ภายในแล้ว ยังอาจมาจากความเชื่อแบบหลงผิด (delusion) หรือเป็นการสื่อให้บุคคลภายนอกรอบตัวผู้ป่วยให้ความสนใจกับผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งแพทย์ควรให้ความสนใจกับผลของอาการนี้ต่อชีวิตทั่วไปของผู้ป่วยและครอบครัวด้วยชนิดของโรคปวดศีรษะที่สัมพันธ์กับจิตใจคือ

1.1. ไมเกรน มีปัจจัยทางพันธุกรรมมาเกี่ยวข้องด้วยกว่า 2 ใน 3ของผู้ป่วยและมักพบในผู้มีอาการมีบุคลิกภาพแบบพยายามควบคุมทุกอย่างในชีวิตให้ดี มีระเบียบ ไม่แสดงความโกรธ แต่ไม่พบว่าจะมีเหตุการณ์ใดที่เจาะจงให้เกิดอาการนี้ อาศัยการรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมอาการ และใช้จิตบำบัดเพื่อแก้ไขบุคลิกดังกล่าวในระยะยาว

1.2. ปวดศรีษะจากความตึงเครียด (Tension headache) ส่วนใหญ่มีอาการในช่วงบ่ายหรือเย็นหลังการงานที่ทำให้เครียด หรือบางรายก็มีปัญหากับครอบครัว โรคทางจิตเวชเกือบทุกโรคทำให้เกิดอาการชนิดนี้ได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่จริงจังและแข่งขัน ควรค้นหาว่ามีโรคทางจิตเวชหรือไม่ โดยถามถึงอาการร่วมอื่นๆ อาจให้ยาคลายกังวล ในระยะยาว นอกจากนี้ การฝึกผ่อนคลาย การทำจิตบำบัดจะช่วยป้องกันอาการเป็นซ้ำได้

2. โรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน มีข้อสังเกตมานานแล้วว่า เมื่อบุคคลมีความเครียด จะเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายและบ่อยขึ้นจากโรคต่างๆ ไม่ว่าโรคติดเชื้อหรือโรคภูมิแพ้ ปัจจุบันจึงมีการศึกษาทางการแพทย์ในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนมากขึ้น แม้การศึกษาจะไม่บ่งชี้ชัดนักในแง่การวัดปริมาณเม็ดเลือดหรือสารภูมิคุ้มกัน เช่น มีเส้นใยประสาทในไขกระดูกหรือต่อมไทมัสหรือหากไฮโปทาลามัส ถูกทำลายจะทำให้ปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่างไปจากเดิมนอกจากนี้ การทำงานของเม็ดเลือดขาว ก็ขึ้นกับสื่อประสาทและฮอร์โมนหลายชนิด หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางอย่าง รวมทั้งผู้ป่วยเอดส์ มีอาการรุนแรงมากน้อยตามความเครียด มีผู้พบว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ได้รับการช่วยเหลือทางจิตใจจะฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น

3. ปวดหลัง เช่นเดียวกับอาการปวดศีรษะ กว่าร้อยละ 95 ของผู้มีอาการปวดหลังไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติที่ชัดเจนได้ นอกจากนั้น พบว่าผู้มีอาการนี้ไม่น้อยมีความกังวลหรือซึมเศร้าร่วมอยู่ด้วย การรักษาจึงอาจให้ยารักษาภาวะดังกล่าวร่วมกับยาแก้ปวด รวมทั้งให้คำแนะนำ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และสนับสนุนให้กลับไปทำหน้าที่เดิม

4. ไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีผู้สนใจในบุคลิกภาพของผู้ป่วยด้วยโรคนี้ว่า มักมีลักษณะเสียสละ ทำตนให้ลำบาก อดกลั้น และต้องพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยไม่แสดงความรู้สึก และมีบางรายพบว่า อาการกำเริบตามความเครียดทางจิตใจ ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเกิดความซึมเศร้าอันเป็นผลมาจากความพิการจากโรคได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

5. โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด เกิดอาการได้เสมอหากผู้ป่วยเกิดความเครียดหรือโกรธ มีผู้เสนอว่า ผู้ที่ป่วยโรคเหล่านี้มักมีบุคลิกภาพที่แข่งขัน รุนแรง ทะเยอทะยาน ไขว่คว้า แต่อารมณ์ฉุนเฉียว โดยจะพบระดับโปรตีนในเลือด, คลอเลสสเตอรอล หรือไตรกลีเซอไรด์ ในเลือดสูงด้วย จนเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าวโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ทราบสาเหตุ คนเหล่านี้มักมีท่าทีเป็นมิตร เชื่อฟังเคร่งครัดตามกฎ และเก็บงำความโกรธไว้ไม่แสดงออก ร่วมกับมีประวัติครอบครัวของการป่วยโรคนี้การรักษาของทั้ง 2 โรค ได้แก่ การทำจิตบำบัดเพื่อเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต แนวคิดมุ่งหวัง ให้รู้จักผ่อนคลาย ทำเทคนิคคลายเครียดอย่างมีหลักการ ร่วมกับการใช้ยาควบคุมโรคดังกล่าวโดยตรง

6. โรคระบบทางเดินอาหาร โรคแผลในกระเพาะอาหารและอาการท้องอืด เป็นที่ยอมรับมานานแล้วว่า อาการและโรคนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับโรควิตกกังวลเรื้อรัง โดยเฉพาะแผลในกระเพาะอาหารมากกว่าแผลในลำไส้เล็กมีการศึกษาด้วยว่า ความกังวลทำให้มีการเคลื่อนไหวบีบตัวของกระเพาะอาหารผิดปกติ ร่วมกับรายงานที่ว่า เมื่อบุคคลต้องเผชิญกับเหตุการณ์เครียดที่รุนแรง เช่น การสูญเสียคนใกล้ชิด จะมีอาการท้องอืดมากกว่าคนทั่วไป การรักษาด้วยยารักษาโรคกระเพาะเท่านั้น จึงอาจไม่เพียงพอในการรักษาหรือป้องกันในระยะยาว การฝึกผ่อนคลาย การแก้ปัญหา และจิตบำบัดร่วมไปด้วย จะทำให้ผู้ป่วยปลอดจากอากรดังกล่าวได้นานกว่าผ็รับประทานยารักษาโรคกระเพาะเพียงอย่างเดียวภาวะกลุ่มอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย (Irritable bowel syndrome) มักมีอาการทองผูกสลับท้องเสีย ปวดท้องมีลมในทางเดินอาหารมากอย่างเรื้อรัง โดยไม่สัมพันธ์กับชนิดของมื้ออาหาร หรือการติดเชื้อ หรือการใช้ยา ในสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ไปพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารมากกว่าร้อยละ 50 มีอาการนี้ และกว่าร้อยละ 32 มีสมาธิในครอบครัวที่มีอาการนี้เช่นกัน การทดสอบด้วยแบบทดสอบทางจิตวิทยาพบว่า ผู้ป่วยจะมีความกังวล ขาดความเชื่อมั่น โทษตนเอง และอาจบอกอาการเจ็บป่วยอื่นๆ อีกคล้ายในโรคความผิดปกติทางจิตใจที่แสดงอาการออกทางร่างกาย (กลุ่ม somatization disorder) และเมื่อมีความเครียด ผู้ป่วยจะเกิดอาการมากขึ้น คนรอบข้างจะให้ความสนใจผู้ป่วยมากขึ้นด้วย การรักษาจึงต้องอาศัยหลายวิธี ทั้งการใช้ยารักษาอาการท้องผูก ท้องเสีย การควบคุมชนิดของอาหาร การฝึกผ่อนคลาย การทำจิตบำบัด ให้ให้ยาต้านเศร้า กลุ่ม tricyclic ร่วมกับการเปลี่ยนการสนองต่อการของครอบครัวของผู้ป่วยด้วย

7. อาการของระบบทางเดินหายใจ ที่พบบ่อยมากในห้องฉุกเฉินของทุกโรงพยาบาล คืออาการของระบบทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง (hyperventilation syndrome) ที่มีอาการคล้ายหอบหืด โดยผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบเร็ว หัวใจเต้นแรง บ่นแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือเท้าชา เกร็ง บางรายจะมีนิ้วมือจีบร่วมด้วย

โรคหอบหืด แม้ว่าจะมีการพิสูจน์แล้วว่าอาการของโรคเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันแต่มีข้อสังเกตว่า ผู้ป่วยมักมีลักษณะเก็บความโกรธ ไม่สามารถแสดงความอยากพึ่งพิงผู้อื่นออกได้ และอารมณ์ดังกล่าวถูกส่งผ่านระบบประสาทอัตโนมัติและระบบภูมิคุ้มกันจนเกิดอาการ ดังนั้น เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการเป็นประจำ การมองหาปัจจัยทางจิตใจและแก้ไขนอกเหนือไปจากการให้ยาขยายหลอดลม อาจช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสภาพจิตใจกับการเกิดมะเร็งนั้น ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าเป็นเหตุและผลต่อกันได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยอื่นอีกหลายประการที่เข้ามามีบทบาทในการเกิดมะเร็ง เช่น พันธุกรรม การใช้ชีวิต การได้เผชิญกับสารต่างๆ ตลอดจนภาวะภูมิคุ้มกันของบุคคลนั้นๆ อย่างไรก็ตาม พบว่าสภาพจิตใจมีผลต่อการดำเนินโรคของมะเร็งอยู่ไม่น้อยจะเห็นได้ว่า โรคทางกายที่เป็นผลจากจิตใจดังกล่าว แม้จะมีพยาธิสภาพทางกายหรือพยาธิสรีระที่เกิดขึ้นจริง แต่การใช้ยารักษาอาการทางกายโดยไม่สนใจสภาพจิตใจ จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาด้อยลง ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงการรักษาด้านจิตสังคม การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้ป่วยควบคู่ไปด้วย**********************************************

19 October 2547 By ผศ. นพ. ปราโมทย์ สุดคนิชย์ (คณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี)

มัลเบอร์รี่ มัลติฟังชั่นเบอร์รี่

“มัลเบอร์รี่” หรือลูกหม่อน 😋 อร่อย แถมมีประโยชน์ต่อ “สุขภาพ” มากมาย โดยเฉพาะช่วยป้องกัน “โรคมะเร็ง”

✨🌈9 ประโยชน์ “มัลเบอร์รี่” ผลไม้ไทย🦠 ป้องกันโรคมะเร็ง

มัลเบอร์รี่มีสาร Anthocyanins ในปริมาณมาก ทั้งยังมีสาร Quercetin และสาร Kaempferol ซึ่งสารเหล่านี้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

✅ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน, ต่อต้านอาการขาดเลือดในสมอง, ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง, ยับยั้งการเกิดสารก่อมะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง และลดอาการแพ้ต่างๆ ฯลฯ

❤️ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจสาร Quercetin และสาร Kaempferol ดังกล่าว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคความดันโลหิต ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง เลือดหมุนเวียนดี ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก

🌈ลดไขมันในเลือดมัลเบอร์รี่มีสาร Deoxynojirimycin ที่เป็นตัวช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ มีสารอาหารกาบา (GABA) ที่เป็นตัวช่วยลดความดันโลหิต แถมยังมีสาร Phytosterol ที่สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย

❤️แก้ร้อนในประโยชน์ของ “ผลไม้ไทย” อย่าง มัลเบอร์รี่อีกข้อหนึ่ง คือ มีรสอร่อย เปรี้ยวหวานเย็น มีสรรพคุณช่วยดับร้อน คลายความร้อนรุ่ม ช่วยขับลมร้อน ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ และทำให้ร่างกายชุ่มชื่น มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อตับและไต มีสรรพคุณช่วยบำรุงตับและไต

✅ ต้านการอักเสบผลไม้ต้านโรคอย่าง “มัลเบอร์รี่” มีสารประกอบฟีนอล สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านอาการอักเสบ อาการเส้นเลือดโป่งพอง และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้🌈

✅ ต้านโรคหวัด มัลเบอร์รี่มีวิตามินซีสูง ที่เป็นตัวช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ วัณโรค โรคปอด เชื้อไวรัส และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

✅ แก้ปวดประจำเดือนมัลเบอร์รี่ มีวิตามินบี 6 ช่วยในด้านการบำรุงเลือด ตับ และไต ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดการเกิดสิว แถมยังมีวิตามินเอ ที่ช่วยในด้านการบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ และลดสิวอักเสบ🌈

✅ ป้องกันมะเร็ง การแพทย์แผนจีนใช้มัลเบอรี่เป็นสมุนไพรต้านมะเร็งมาช้านาน ทว่าการศึกษาทางวิทยาศาตร์เกี่ยวกับประสิทธิภาพด้านนี้กับมนุษย์โดยตรงยังมีไม่มากนัก การทดลองในห้องปฏิบัติการชิ้นหนึ่งที่ใช้สารสกัดจากเปลือกต้นมัลเบอรี่หยดลงบนเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ของคน แสดงให้เห็นว่าสารดังกล่าวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและยับยั้งมะเร็ง เช่นเดียวกับงานวิจัยในสัตว์เมื่อไม่นานมานี้ที่ชี้ว่าการจำกัดปริมาณแคลอรี่และผสมสาร 1-deoxynojirimycin จากมัลเบอรี่ในอาหารของหนูที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยฆ่าและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ การพิสูจน์ประสิทธิภาพของมัลเบอรี่ต่อมะเร็งชนิดอื่น ๆ ก็มีปรากฏให้เห็นบ้าง เช่น การทดสอบคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของสารพอลีฟีนอลิก เฟอร์ริก และสารประกอบฟีนอลิกที่สกัดจากมัลเบอรี่ต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในหลอดทดลอง ซึ่งพบว่าสารเหล่านี้ต่างมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง

✅ ป้องกันโรคสมองเสื่อมมีงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากมัลเบอร์รี่ มีฤทธิ์ปกป้องระบบประสาท โดยมีกลไกยับยั้งการสะสมของโปรตีนแอลฟา-ไซนิวคลีอิน (α-synuclein) ที่มีผลต่อการทำหน้าที่ของเซลล์ประสาท และเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อม

ดังนั้นหากกินมัลเบอร์รี่อย่างสม่ำเสมอ น่าจะมีส่วนช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้SDPlus SD plus มีส่วนผสมจากมัลเบอรี่สกัดเข้มข้นในปริมาณที่ร่างกายต้องการ 🍇🍒🌈

✅ สั่งซื้อได้ที่ 0991144690

https://lin.ee/bQeI7xl

Saendee Superfood by Arokaya rama5

แสนดี ซุปเปอร์ฟู๊ด ฟอร์ยู เป็นการสืบสาน อโรคยา เมดิเตชั่น เฮลท์แคร์ พระราม 5 เพื่อสร้างสมดุลกายและจิตตามทฤษฎีบาลานซ์ ออฟไลฟ์ กระทะ 3 ใบ บันได 3 ขั้น

อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การใช้แนวทางโภชนาการ อาหาร เครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพ สารสกัดและสมุนไพร ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐานจาก อย การฝึกลมหายใจ ปรับธาตุ ล้างพิษในจิตและอารมณ์ เพื่อความสุขและสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งทุกคนสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ด้วยตนเอง

ในแต่ละเดือนจะมีกิจกรรม workshop เพื่อวิเคราะห์ มวลกระดูก ประเมิณการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ และพลังออร่า

สำหรับปรับสมดุลด้วยพลังงานสมาธิ สามารถปรึกษา

แอนท์ได้ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 10:00-16:00 น.

แชร์ประสบการณ์การสร้างความสุข สุขภาพกายใจ ห่างไกลโรค ด้วยอาหาร เครื่องดื่มและสารสกัดจากธรรมชาติ และแนะนำสมาธิบำบัดขั้นเริ่มต้น

กำหนดการ

10:30 ลงทะเบียน ตรวจออร่า ธาตุเจ้าเรือน

แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลสุขภาพทางเลือก

แนะนำบาลานซ์ออฟไลฟ์

12:00 เตรียมอาหาร เรียนรู้การทำอาหารสุขภาพง่ายๆ ด้วยซุปเปอร์ฟู๊ด

13:45 แชร์ประสบการณ์แนวคิดสมาธิบำบัด

14:15 ฝึกลมหายใจล้างพิษ

14:45 สรุปโครงการ

กระทะใบที่ 3 บำรุงร่างกาย

ArokayaProfile_book+links-78

กระทะใบที่ 3 หมายถึงการบำรุงรักษาร่างกายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และมีพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ ต่างๆ

สารสกัดและสมุนไพรจากธรรมชาติ 100% ตรา อโรคยา ในกลุ่มบำรุงสุขภาพ ประกอบด้วย

ไลซีน่า แคลเซียม 4-in-1

บำรุงกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท

กระดูกมีความสำคัญต่อความสมดุลของร่างกาย

แคลเซียม  แมกนีเซียม คอลลาเจน และเอนไซม์มีความจำเป็นสำหรับผู้สูงวัย  แคลเซียม 4 IN 1 สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเสริมสร้างกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท ยับยั้งการสลายตัวของกระดูกบริเวณข้อต่อ ช่วยปรับปรุงกระบวนการสร้างเซลล์กระดูกให้สมบูรณ์

แคลเซียม 4 IN 1 มีคุณสมบัติลดอาการหดตัวของกล้ามเนื้อซึ่งเป็นสาเหตุในการปวดตามกล้ามเนื้อ

ช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนแอสโตรเจน ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นสำหรับผู้สูงวัย และสตรีที่วัยทอง วัยหมดประจำเดือน

แคลเซียม 4 IN 1 ตรา อโรคยาช่วยป้องกันโรคโลหิตสูง อาการโรคหัวใจกำเริบ

แคลเซียม 4 IN 1 ตรา อโรคยา ช่วยเสริมสร้างกระดูกป้องกันโรคกระดูกพรุน วิตามีน ดี ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดี  วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ช่วยในการย่อยและเพิ่มการดูดซึมสารอาหารให้เข้าสู่ร่างกายได้ดี

ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้าง คอลลาเจน  วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด เพราะหน้าที่เหล่านี้จะสัมพันธ์กับการใช้แคลเซียมและแมกนีเซียม ในร่างกาย

 

ArokayaProfile_book+links-82

บำรุงสมองและหัวใจ ด้วย ออร์แกนิค เจีย ออยล์

👍ออร์แกนิค เจีย ออยล์💊

น้ำมันเจีย บริสุทธิ์ 💯% ให้ Omega-3 60% และ Omega-6 20% ให้ ทั้ง DHA , EPA & ALA

❤️บำรุงสมองและหัวใจ💪

สมองและหัวใจเป็นสิ่งจำเป็นและน่าห่วงใย มาก อย่าให้เกิดปัญหากับสุขภาพส่วนนี้เลยเพราะคือการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในชีวิตมนุษย์

น้ำมันเจีย เป็นแหล่งของ โอเมก้า-3 ALA (Alpha-Lipoic Acid) สูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ มีค่า ORAC 8,100 เทียบกับวิตามินอีธรรมชาติ มูลนิธิเกี่ยวกับหัวใจแนะนำให้บริโภคโอเมก้า 3 ALA เป็นประจำทุกวัน เพื่อบำรุง สุขภาพหัวใจ ข้อต่อต่างๆ และช่วยให้ เส้นผมและผิวหนัง มีสุขภาพที่ดี

เจีย ออยล์ สกัดจากพืชธรรมชาติแบบออแกนิค100% น้ำมันเจียสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เพราะน้ำมันเจีย ไม่มีคอเลสเตอรอล โซเดียม และไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัว

โดยองค์ประกอบของน้ำมันเจียเกือบทั้งหมดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน poly-unsaturated (PUFAs) และ PUFA Alpha-Lipoic Acid หรือ ALA เป็นชนิดของของกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีผลต่อสุขภาพทางบวกมากมาย

โอเมก้า-3 เป็นกรดไขมันจำเป็นสำหรับสุขภาพโดยรวม ช่วยบำรุงและทำให้การทำงานของสมอง มีประสิทธิภาพ และมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกระบวนการคิด และพฤติกรรมการทำงาน

การขาดกรดไขมันจำเป็นเหล่านี้ อาจทำให้ความจำไม่ดี มีความเหนื่อยล้า ระบบหมุนเวียนโลหิตไม่ดี ผิว ผม แห้ง คนที่ไม่รับประทานปลา ( เช่น คนที่เป็นมังสวิรัติ หรือ ผู้ที่รับประทานแต่ผัก เพื่อควบคุมน้ำหนัก ) มีความเสี่ยงในการขาดโอเมก้า-3 จึงเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะเพิ่ม คุณค่าทางอาหาร โดยการรับประทานน้ำมันเจียกับอาหาร

มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า กรดไขมันโอเมก้า-3 สามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเชื่อมโยงกับกล้ามเนื้อหัวใจ กรดไขมันโอเมก้า-3 สามารถป้องกันการอุดตันของเลือด และลดการอักเสบในผนังหลอดเลือด

อย่างไรก็ตามน้ำมันเจียอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานยา อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด (หรือการใช้ยารักษาอื่น ๆ) เพื่อให้แน่ใจควรปรึกษากับแพทย์ประจำตัว ก่อนที่จะรับประทานน้ำมันเมล็ดเจียกับอาหารประจำวันของคุณ ถ้าคุณกำลังใช้ยาหรือรับการรักษาใดๆ

เนื่องจากคุณสมบัติต้านการอักเสบ น้ำมันเจีย จึงมีความนิยมในหมู่คนที่มีปัญหาสุขภาพของข้อต่อกระดูก กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และช่วยลดอาการปวดข้อ จึงสามารถช่วยลดอาการปวดและช่วยรักษา ในผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ

ด้วยสุขภาพร่างกายที่พร้อมรับทุกสถานการณ์
สมองที่มีแจ่มใส และหัวใจที่แข็งแรง กับออร์แกนิค เจีย ออยล์ จากอโรคยา

ArokayaProfile_book+links-81present4present3present2present5present6present7